วัสดุ  ขี้เถ้าแกลบหรือแกลบดำจากโรงสี

ดินละเอียด  ส่วนมากเป็นดินจากท้องนาที่ทุบละเอียดดีแล้ว

อัตราส่วนการผสม  ขี้เถ้าแกลบ 5 ส่วน ใช้ดิน 1 ส่วน

วิธีการปักชำนั้น  เท่าที่นิยมปฏิบัติกันอยู่ในขณะนี้นั้น คือ

1.  ปักชำในถุงพลาสติกขนาด 3×5 นิ้วฟุต เจาะรูที่ก้นถึง 2 รู ให้สูงจากก้นถุงมา 1 นิ้วฟุต

2.  การปักชำในกระถางขนาดปากกว้าง 6 นิ้วฟุต  แล้วปักกิ่งชำกระถางละ 3-4 กิ่ง ตามแต่ขนาดของกิ่ง

3.  ปักชำในกะบะชำมีขนาดไม่แน่นอนแล้วแต่สภาพพื้นที่  หรือความต้อการของเกษตรกร

4.  เกษตรกรบางรายมีเงินทุนสูงก็จะมีเครื่องพ่นหมอกหรือเรือนเพาะชำโดยเฉพาะ

วิธีปักชำ ตัดกิ่งเฟื่องฟ้าขนาดเท่ากับตะเกียบหรือประมาณขนาดนิ้วก้อยให้ยาวประมาณ 20 ซม. แล้วจุ่มในฮอร์โมนเร่งรากและนำมาปักชำลงไปในขี้เถ้าแกลบผสมดิน ตามอัตราส่วนที่กล่าวมาแล้ว  จากนั้นก็นำไปเข้าตู้อบเพื่อเก็บความชื้น  ซึ่งเกษตรกรโดยทั่วๆ ไป นิยมทำเป็นเรือนโรงพลาสติกใสคลุมหมดทุกด้าน อาจจะเป็นทรงหลังคาโค้งทรงหน้าจั่ว ซึ่งขึ้นอยู่กับความถนัดและความต้องการของเกษตรกร  ส่วนความกว้าง ความยาวนั้นขึ้นอยู่กับความจำเป็นในการใช้สอย หรือปริมาณกิ่งที่จะปักชำ แต่ความสูงส่วนมากจะประมาณ 1.00 เมตร ถึง 1.50 เมตร หลังจากปักชำและอบไว้ในตู้อบพลาสติกประมาณ 18-30 วัน ซึ่งขึ้นอยู่กับชนิดและพันธุ์ของเฟื่องฟ้า หลังจากนั้นก็นำมาย้ายลงกระถาง ตู้พลาสติกนั้นไม่ควรอยู่กลางที่โล่งแจ้งหรือแดดร้อนจัดจนเกินไปควรจะอยู่ในที่ที่มีแสงแดดรำไร

เมื่อเฟื่องฟ้าแตกยอดแตกรากแล้ว ถ้าหากยังไม่ย้ายลงกระถางก็ให้นำมาพักไว้ในเพิงพักที่มุงหลังคาพลาสติก และคลุมด้วยตาข่ายสีดำเพื่อพรางแสงรดน้ำให้ชุ่ม  แต่อย่าให้แฉะเพราะเฟื่องฟ้าจะรากเน่า

ที่มา http://www.thaikasetsart.com/